I want some pizza !!

posted on 18 Oct 2009 11:29 by doublewinwin04  in 2-ESSAY-2, 4-DIARY-4

 

 

 ~~~~~~~~ ยาวนิดหนึ่งนะ - ค่อยๆ อ่านครับ ~~~~~~~

1.

ผมรู้จักและได้ลิ้มรสพิซซ่าครั้งแรกในชีวิตก็หลังจากที่ผมมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพนี่เอง

ช่วงแรกๆ ลิ้นที่คุ้นชินกับข้าวเหนียว-ลาบ-ส้มตำ ไม่ยอมญาติดีกับรสชาติเลี่ยนๆ ของพิซซ่าเอาเสียเลย แต่ด้วยเพื่อนที่คบหาส่วนใหญ่เป็นชาวกรุง และต่างก็เป็น 'คอพิซซ่า' กันทั้งนั้น ผมจึงต้องกล้ำกลืน-ฝืนกิน อย่างเลี่ยงไม่ได้

คบเพื่อนตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม เพื่อเพื่อน ต้องทำขนาดนั้น !!

ผมเคยชวนเพื่อนอีกคน ที่มาจากขอบกระทะใบยักษ์ที่เรียกว่า 'ที่ราบสูง' เช่นเดียวกันกับผม ไปร่วมวงพิซซ่าบ้าง กลับโดนมันว่าให้เสีย

ไอ้แหมบ "กระแดะว่ะ แม่มึงกินน้ำพริก-ผักต้ม ส่งเงินมาให้มึงแดกพิซซ่า"
ผมสวนคืน "แล้วมึงล่ะ แม่ดูทีวี 14 นิ้ว ส่งตังค์มาให้มึงพาสาวดูหนังโรง-แอร์เย็นฉ่ำ"
"ก็..จีบสาวมันก็ต้องลงทุน  เหอะ..ไหนบอกกูทีซิ มันอร่อยตรงไหนวะ พิซซ่า?" ไอ้แหมบทำท่าจะจนแต้ม แต่ไม่ยอมง่ายๆ
"แล้วที่มึง (กับกู) กินเหล้า มันอร่อยไหม?" ผมละคำในวงเล็บ
"มึงช่างไม่มีสุทรียอารมณ์เอาเสียเลย เคยได้ยินไหม วาทะอันโด่งดังของโกวเล้ง 'ข้าพเจ้ามิได้นิยมชมชอบรสชาติของสุรา แต่ข้าพเจ้าชอบบรรยากาศของการร่ำสุรา' เหล้ามันก็มีดี มันทำให้เรามีเพื่อนและทำให้เพื่อนรักกัน" ไอ้แหมบพูดพลางยืดอกเยี่ยงวีรบุรุษ
ผมชักหมั่นไส้ปรัชญาวงเหล้า "แล้วมึงเคยรู้จักไหม โกวลิง ผู้เปล่งวาจา 'ข้าพเจ้าหาได้นิยมชมชอบรสชาติของพิซซ่าไม่ หากแต่ชื่นชอบมิตรภาพบนโต๊ะพิซซ่านั่นต่างหาก'.."
"ใครวะโกวลิง? ไม่เคยได้ยิน" ไอ้แหมบทำหน้าเหมือนไก่ตาแตก
"ก็..กู..นี่แหละ" ผมเฉลย

เพราะเพื่อน 'ตาหลิ่ว' ทั้งหลายนั่นเอง ทำให้ผมกลายเป็น 'คอพิซซ่า' ไปโดยปริยาย

ทุกวันพุธ พวกเราเหล่า 'คอพิซซ่า' จะนัดหมายรวมตัวหลังหมดคาบเรียน เคลื่อนกำลังพลสู่มาบุญครอง เพื่อล่าพิซซ่าบุฟเฟ่ต์ โดยมีกติกามารยาทที่รู้กันว่า 1) ต้องไม่ลอกหน้ากินแล้วทิ้งแป้งให้ละอายใจ และ 2) ต้องเขมือบไม่น้อยกว่าคนละ 8 ชิ้น

"เฮ้ย ดูโต๊ะริมกระจก 11 นาฬิกาดิ สวยยกโต๊ะเลย" ไอ้หนึ่งชี้ชวนให้ดูกลุ่มนิสิตสาวกลุ่มใหญ่
"อื้อ.. คนสวยมักจะเข้ากลุ่มเพื่อนสวย" ไอ้โอ๋โชว์กึ๋น ประหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องหญิง (แต่เปล่าเลย มันแห้วตลอดกาล เพื่อนๆ เรียกมันว่า 'หมูโอ๋')
ไอ้โนทำทีหันมองรอบโต๊ะ "เหมือนพวกเรา ที่หน้าตาดีกันทั้งกลุ่ม"
เด็กเสิร์ฟผ่านมาได้ยินเข้า ถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เธอตักพิซซ่าเพิ่มให้ผม ส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วเดินจากไป ไม่รู้หมายความว่าอย่างไร?

ด้วยบรรยากาศฮาเฮในร้านพิซซ่าหลังคาบเรียนนั่นเอง  ไม่นานนัก,ผมก็ติดใจในรสชาติพิซซ่าอย่างไม่รู้ตัว พร้อมๆ กับมิตรภาพระหว่างเพื่อน ที่เพิ่มพูนแน่นแฟ้นทวีคูณ

 

2.

ฝืนทนงานล้นมือมาแรมปี ในที่สุด พระเจ้าก็ส่ง 'น้องท็อป' วิศวกรใหม่มาให้เราอีกหนึ่งคน ยังความยินดีให้พี่ๆ อย่างพวกเราเป็นอย่างยิ่ง วันนี้งานไม่ยุ่งนัก อย่ากระนั้นเลยไปเลี้ยงรับน้องกันดีกว่า

เปรี้ยวปากอยากเขมือบมานาน ผมเสนอพิซซ่า

'ไปไหนไปกันครับพี่'  ทุกคนเห็นด้วย

ขนมปังกระเทียม 3 แถว หอมทอด-Onion Ring 3 จาน เป๊บซี่ 3 เหยือก พิซซ่า 3 ถาด ถูกทยอยเสิร์ฟบนโต๊ะ พวกเราทั้ง 7 ตั้งหน้าตั้งตาเขมือบ ๆ ๆ ไม่มีใครปริปากพูดคุยให้เสียเวลา ประหนึ่งว่าพรุ่งนี้พิซซ่าจะหมดไปจากโลกชั่วนิรันดร์

รู้ตัวอีกที บนโต๊ะก็เหลือเพียงขนมปังกระเทียบมชิ้นริมอยู่ 6 ชิ้น จึงเริ่มมีเสียงนิทาน 'แต่งสด' จากใครซักคนในโต๊ะของพวกเรา

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสองตายายที่ครองรักกันมานาน นั่งกินพิซซ่าอยู่ที่สยาม ขนมปังกระเทียมหอมกรุ่นจากเตาถูกวางตรงหน้า ด้วยความรักต่อคู่ชีวิตที่คอยดูแลกันและกัน ตาจึงหั่นขนมปังกระเทียมชิ้นริมให้ยาย

'ยายจ๋า กินขนมปังกระเทียมนี่สิ กำลังกรอบ-หอมกรุ่นทีเดียว'

ยายอึ้งสักพัก 'นี่ตา เราร่วมชีวิตกันมานาน ตาไม่รักยายหรือ? ถึงได้ให้ยายกินขนมปังกระเทียมชิ้นริมมาตลอด มันไม่อร่อยเหมือนชิ้นกลางเลย ตารู้ไหมว่ายายฝืนกินมาร่วม 40 ปี'

ตาทำท่าตกใจ แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน 'โอ๊ะ จริงหรือยาย? นี่ตาหลงเข้าใจผิดมาตลอด ยายรู้ไหม? ที่ตาให้ยายกินชิ้นริม เพราะเป็นชิ้นที่ตาชอบที่สุด ตารักยายจึงยอมสละชิ้นที่ชอบที่สุดให้ยาย'

ยายน้ำตาคลอด้วยความซึ้ง เคี้ยวขนมปังกระเทียมชิ้นริมสะอื้นตัวโยน

นิทานจบ ขนมปังชิ้นริมทั้ง 6 ก็ถูกตักใส่จานน้องท็อป

"ขอบคุณครับ เอ่อ..รู้สึกพี่ๆ จะรักผมมากไปนิด" วิศวกรใหม่ทำท่าลังเล-สีหน้าปั้นยาก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกระเดือกขนมปังกระเทียมด้วยอาการเดียวกันกับยาย

งานเลี้ยงรับน้องวิศวกรใหม่อันอบอุ่นคราวนั้น ทำให้วันรุ่งขึ้นมีคนต้องลางาน 3 คนด้วยอาการอาหารเป็นพิษ เพราะไม่คุ้นชินกับอาหารที่มีแป้งกับชีสเป็นองค์ประกอบหลัก และปริมาณที่เกินมนุษย์มนาทั่วไปเขากินกัน

แน่นอน ว่าหนึ่งในสามคนนั้นคือน้องท็อป-น้องใหม่ของพวกเรา ที่จะซึ้งในน้ำใจของพี่ๆ ไปอีกนาน

 

3.

เย็นๆ วันหยุดพักผ่อนเดียวดาย ผมเตร็ดเตร่เข้าออกร้านหนังสือ-ร้านกาแฟ จนเดินผ่านร้าน 'The Pizza Company' นานมาแล้วที่ห่างหาย ต่อมอยากพิซซ่าผมเริ่มทำงาน

หยุดยืนที่หน้าร้าน ผมครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะชวนใครมาร่วมโต๊ะ ผมหยิบโทรศัพท์มือถือไร่เรียงรายชื่อ

ชื่อแรกคือชื่อ 'ใครคนนั้น' ที่หันหลังเดินจากไปนานนม แน่นอนเธอเป็นคอพิซซ่าเหมือนกับผม
ผมเลื่อนผ่านชื่อเธอ

ผมเลื่อนผ่าน..รายชื่อเพื่อนคอพิซซ่าสมัยเรียน-ที่อยู่ไกล เพราะต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางชีวิต
ผมเลื่อนผ่าน..รายชื่อเพื่อนร่วมงานหลายคน-ที่คงกำลังอยู่กับครอบครัวในวันหยุดอย่างนี้
ผมเลื่อนผ่าน..รายชื่อเพื่อนอีกจำนวนหนึ่ง-ที่ยังโสดไร้ภาระ แต่ไม่นิยมพิซซ่า
ผมเลื่อนผ่าน..รายชื่อเพื่อนอีกกลุ่ม-ที่เป็นคออาหารญี่ปุ่น
ผมเลื่อนผ่าน..รายชื่อน้องๆ ที่ออฟฟิศ-ที่เข็ดขยาดกับอาการพิซซ่าเป็นพิษ
และผมก็เลื่อนมาถึงรายชื่อสุดท้าย - เพื่อนหญิงของผม -ที่พอจะกินพิซซ่ากับผมได้ แต่เธอยังอยู่ต่างประเทศ

ไม่มีใครเลย ที่พอจะโทร.ชวนมาร่วมโต๊ะได้

ผมตัดสินใจเดินเข้าร้านพิซซ่าคนเดียว ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

เดี๋ยวนี้ 'เพื่อนกิน' ก็หายากแล้ว ๐

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

ปล. เรามักตระหนักถึงการดำรงอยู่ของบางสิ่ง น้อยกว่าการจากไปของมัน
       อย่าลืมดูแลเพื่อนและคนข้างกายของคุณ-ให้ดีที่สุด-นะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ใช่เลย..ตอนนี้เพื่อนกินก็หายาก
สืบเนื่องจากพอแก่มาต่างคนต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง มีหน้าที่อื่นๆ ให้รับผิดชอบ หาโอกาสกินกันยาก confused smile
อื่มมมมมม นานทีก็อยากกินเหมือนกันค่ะ พิซซ่า เห็นรู้แล้ว

วันหลังชวนด้วยละกัน อยากกินอ่ะ...อิอิ

#2 By Pat on 2009-10-18 12:44

ไม่ใช่คอพิซซ่าค่ะ แต่ถ้ากินกะเพื่อนล่ะก็

อะไรก็ได้ทั้งนั้น

ปกติพิซซ่าจะกินได้ไม่เกินสองชิ้นค่ะ

ก็พอแล้ว


ล่าสุดที่กินพิซซ่าที่รู้สึกว่าอร่อยที่สุดคือ

เราได้จัดกติกาสนุกๆกับเพื่อนที่ออฟฟิศ

(เฉพาะแก๊ง editor ชายล้วนกะเราหนึ่งหญิง)

ว่าถ้าใครมาสายเกินสิบห้านาทีขึ้นไป

จะปรับเป็นเงินวันละห้าสิบบาท

เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์

สรุปว่าเราเป็นคนเดียวที่ไม่เสียเงินซักบาท

ประมาณว่าได้กินพิซซ่าฟรี


และก็ไปกินพิซซ่ากันค่ะ

อร่อย สนุก และฟรี 555+



แต่จริงๆแล้วเราชอบบรรยกาศของการกินหมูกะทะมากกว่า

อันเนื่องมาจากสมัยเรียนไปเรียนที่โคราช

และสมัยมัธยมไม่เคยได้ลิ้มรสและบรรยกาศการกินหมูกะทะเลย

นอกจากกินไดโดมอน

พอมามหาลัยการกินหมูกะทะเป็นเรื่องที่ง่ายๆ

เพราะแค่ใกล้ๆมหาลัยก็มีกินกันแล้ว

ส่วนถ้าจะกินพิซซ่าต้องเข้าไปกินที่เดอะมอล์โคราช

ซึ่งสะดวกน้อยกว่า

พวกเราเลยปักหลักพักดีกับหมูกะทะเรื่อยมา



แต่พอเรียนจบ การกินหมูกะทะก็น้อยลง

เพราะนั่นแหละเพื่อนกินหายาก

ทำงานห่างกัน รวมตัวกันยากมาก

นานๆถึงจะได้กินซักที


แต่ตอนนี้อยากกินอะไรก็ได้

ขอให้มีเพื่อนอยู่ด้วยกัน

เหมือนวันก่อนๆก็พอ



big smile

#3 By tae_moship on 2009-10-18 13:11

กินข้าวกันค่ะ

#4 By มิตร on 2009-10-18 14:12


1. อ่านแล้วทำให้นึกถึงบรรยากาศตอนพำนักอยู่ กทม. จุดเริ่มต้นที่รู้จักพิซซ๋าและบรรยากาศไม่ต่างกัน...เพื่อนๆ มักจะชวนกันไปสังสรรค์ โดยใช้ พิซซ๋า ไม่ก็ เอ็มเค เป็นสื่อกลาง แต่กินกันคนละ 8 ชิ้นนี่ จะกินกันจริงจังไปหรือเปล่าค่า 55+ sad smile

2. เรื่องขนมปังกระเทียมเวอร์ชั่น remix นี่มันคุ้นๆ นะค่ะ...ซึ้งดีคะ...

3. ทุกวันนี้ข้าพเจ้าก็ไม่มีเพื่อนกินเช่นกัน...หันมากินข้าวกับพ่อแทน...เป็นช่วงเวลาที่แตกต่าง แต่รู้สึกดี...วันนี้คุณกินข้าวเป็นเพื่อนพ่อ/แม่ หรือยัง ? confused smile

ปล. ใช่แล้วค่ะ ๆ มังกรเซน...ขอบคุณที่ชี้แนะ คะ...

#5 By [MV] biZKit on 2009-10-18 15:59

โหหห พิซซ่าและเพื่อนโยงกันได้อย่างลงตัวค่ะ..ว่าแล้วก็อยากกินพิซซ่าเหมือนกันแฮะ
ตั้งแต่ย้ายกลับมาทำงานบ้านนอก ไม่ได้กินเลยค่ะ..cry

#6 By Kiss The Rain on 2009-10-18 16:59

เดี๋ยวนี้ 'เพื่อนกิน' ก็หายาก...อ่านแล้วเหงาจับใจเลย...

#7 By jEn(a lOt lOst) on 2009-10-18 18:34

หายากไม่เป็นไร
ส่งใจไปถึงก็พอ...

...
เรามีโอกาสส่งแค่ใจ...ล่ะมั้งนะ
ไปกินกับเจ้าตัวเล้กสิ
big smile
อาหารก็เป็นอีกคนที่แพ้พิิซซ่าขั้นรุนแรง
ประมาณว่าแค่ได้กลิ่นก็เวียนหัวแล้ว
จำไม่ได้แล้วว่าลิ้มรสครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
จำรสชาติไม่ได้แล้วล่ะค่ะ


sad smile
หิว

#10 By You & I on 2009-10-18 21:34

อ่านแล้วรู้สึกว่า นาตกะเพื่อนซี้นี่คอ MK ค่ะ ฮ่าๆๆๆbig smile

#11 By Nart on 2009-10-18 21:38

มาดูตอนดึก เห็นแล้วก็อยากกิน confused smile
ทานคนเดียว ไม่หมด ห่อกลับไปฝากคนที่บ้านค่ะ open-mounthed smile

#12 By ไผ่ลู่ลม on 2009-10-18 22:34

อรุณสวัสดิ์ค่ะ พิซซ่าน่ากินจังเลย

#13 By สายลมอิสระ on 2009-10-19 07:50

โอ๊ะโอ...ทีหลังชวนอิชั้นกับลูกสิคะ
รับรองว่าชวนครั้งเดียวแล้วจะไม่กล้าชวนอีกเลยsad smile
พิซซานี่เหมือนศัตรู
เจอกันเมื่อไหร่ฟาดฟันกันไม่มีเหลือซากcry
ว่าแล้วก็อยาก

#14 By chabarimklong on 2009-10-19 11:33

ตอบคำถามให้แล้วนะคะ ^^

ปล. ขอบคุณสำหรับคำถามคะ (55+ คุ้นๆ มะค่ะ ?)

#15 By [MV] biZKit on 2009-10-19 15:39

เมื่อก่อนก็กินไม่เป็นเหมือนกันค่ะพิซซ่าเนี่ย

ถนัดข้าวเหนียวส้มตำมากกว่า

แต่ตอนนี้กลายร่างค่ะ

เพราะมันอร่อยมากกกกกก

#16 By บินสูง on 2009-10-20 11:00

ไม่เคยอยากกินเลยค่ะ เพราะ....

big smile

ป.ล.วิ่งมาแล้ว ความแก่ชราหรือชะลอคะ

#17 By rubino on 2009-10-20 18:32

มิตรภาพกลางวงพิซซ่า (ไม่ว่าวงไหน-ไหน)
ยังคงงดงามในใจ..เสมอ

'เพื่อนกิน'หายาก...'เพื่อนตาย'คงหายากยิ่งกว่า
ปล.หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจของ'คนข้างกาย'ให้ดีที่สุด-นะคะ
หากการดำรงอยู่..เป็นเพียงการพยายามหลอกตัวเอง
การยอมรับถึงการจากไปคงเป็นหนทางที่ดีที่สุด

**ลาซานญ่าผักโขม ก็เป็นทางเลือกหนึ่งของคนชอบชีสที่ The Pizza ค่ะ
จริงครับ ทำงานแล้วหาเวลาลงตัวกะเพื่อนยากเหลือเกิน

#19 By Zirius Sandorius on 2009-10-20 22:24

ตอนเรียนไม่อยู่ในเมือง
เปลี่ยนเป็นอหมูกระทะ อาจจะใช่มากกว่า

เดี๋ยวนี้ พอเรียนจบ
ไอ้ความที่เคย เฮไหน เฮนั่น
หายไปจนเหงา

พูดแล้ว
ก็อยากกินพิซซ่าแหะ

#20 By TtAaNnGg on 2009-10-21 23:28

555
Pizza
Since I 've been here in US. I think I must eat
only fat food like Pizza, eventually I must
cook with my self almost every days so I just eat only Thai food 55 and may be more than living in Thailand.
wink

#21 By Pabman on 2009-10-22 06:29

จริงแท้แน่นอนครับ อาหารของกินเราสามารถซื้อได้ แต่คนที่อยุ่ข้างๆ เรา ต่างมีภาระหน้าที่ให้ต้องทำมากมาย
อ่านแล้วก็คิดถึงเพื่อน ที่ส่วนใหญ่ไม่กินพิซซ่า กินแต่สุร่า ครับ 55++
big smile
สวัสดีค่ะ

แวะมาอ่าน มาทำความรู้จักค่ะ
ครูอิงเป็นสมาชิกใหม่ ยังไม่ค่อยเก่ง
ไปไหนไม่ค่อยถูกค่ะ ได้แต่ไปหาคนที่
แวะไปหาครูอิง ชอบรูปแบบบล็อกโทนสีทึม ๆ เหงา ๆ
อย่างนี้จังเลยค่ะ
ขอบพระคุณที่ให้เกียรติครูอิงค่ะ

#23 By EnGjun on 2009-10-23 10:08

รับทราบครับผม
คงจะใช่คร่ะ
ยิ่งเข็มไมล์ในการดำเนินชีวิตสะสมมากขึ้นเท่าไหร่
เราก็จะเหลือเพื่อนร่วมวงต่างๆ วงเมา วงเมาท์ หรือ วงเหล้า และวงพิซซ่า น้อยลง
555 ..
ปล . ที่เดินเข้าไปคนเดียว นี่หิ้วกลับมากินคนเดียวที่บ้าน ใช่ป่ะคร่ะ
555 เคยทำๆๆ angry smile confused smile

#24 By Madaewee @ Hippie''70' s on 2009-10-24 17:52

อยู่เมืองไทยกินพิซซ่าคนเดียวคงดูแปลกsad smile

#25 By kitt on 2009-10-24 19:04

confused smile

สวัสดีตอนเช้าค่ะ

#26 By rubino on 2009-10-25 05:27

ไปกินพิซซ่าที่ร้านคนเดียว..
ยังไม่เคยลองนะคะ..

เคยแต่สั่งมากินที่บ้าน..
หาคนไปกินด้วยไม่ได้..
กินไปเยอะสุดประมาณ 5 ชิ้นน่ะค่ะ..



ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ทุกคอมเม้นท์ ทุกการเยี่ยมเยียนนะครับ
ผม ชอบ พิซ ซ่า ม๊ากก มาก เลย

มี กา ตัง ที ไร ซื้อ กิน ตลอด เลย

( ถึง ว่า ไม่ มี ตัง เก็บ )

#29 By จูไบซัง on 2009-12-17 23:32